สัมภาษณ์พิเศษกับ พี่บอล แห่งวง scrubb (ตอนแรก)
posted on 04 Apr 2008 19:13 by miiself in Creative-Iconมาแล้วกับภาพบรรยากาศที่สุดแสนจะอบอุ่นในงานเปิดตัวหนังสือ "scrubb book" miiself จัดให้สำหรับคนที่ไม่ได้ไปร่วมงานในวันนั้นได้มีโอกาสสัมผัสความประทับใจร่วมกัน
@Exclusive Interview with scrubb
หลังจากที่ได้ไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือ และได้หนังสือมาไว้ในครอบครองแล้ว miiself ยังตามไปสัมภาษณ์สดแบบประชิดติดตัว พี่บอล แห่งวง scrubb เกี่ยวกับหนังสือ scrubb book มาสนองความต้องการของแฟนคลับ scrubb ทั้งหลาย ที่อ่านหนังสือแล้วยังไม่จุใจ ให้ได้รู้จักกับ scrubb มากขึ้น
Q : theme ของหนังสือ scrubb book เป็นอย่างไร?
A : เป็นหนังสือที่เล่าถึงตั้งตอนเด็กที่โตมา ได้มาเจอกับเมื่อยตอนไหน แล้วก็พูดถึงเรื่องที่ว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าจะได้เป็น scrubb ในวันนี้ ได้เจออะไรมาบ้าง ก็มีทั้งปัญหาและอุปสรรค แล้วก็หลายเรื่องที่ต้องตัดสินใจให้ดี ก็อาจไม่ได้สำคัญอะไรกับใครมาก เป็นแบบบันทึกช่วยจำ ของคนกลุ่มหนึ่ง ที่อยาก จะทำอะไรด้วยตัวเอง
Q : หนังสือ scrubb book เล่มนี้ ใครเป็นคนต้นคิดที่จะทำ และเพราะอะไรถึงอยากทำหนังสือขึ้นมา?
A : เป็นความคิดเล่นๆ ตั้งแต่ตอนเสร็จ อัลบั้ม mood แล้วก็ไม่อยากจะรีบทำเพลงใหม่ ปีนี้ก็อยากจะพักการทำเพลงไว้ก่อน เพราะต้องใช้เวลามากพอสมควร ก็เลยคิดอยากทำอย่างอื่นเล่นๆ ผมก็อยากมี project อื่น เมื่อย ก็เริ่มเก้บสะสมรูปวาด กับหนังสือ ก็เลยเปรยเล่นๆ กับเพื่อนในกลุ่ม ว่าหนังสือก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจแต่ว่าก็ไม่เก่งพอที่จะทำได้ รวมถึงไม่รู้ว่าเรื่องของเรามันน่าสนใจพอหรือเปล่า
แต่ว่าเพื่อนสนิทที่คุยด้วย คือ "คุณนิว" มือเบส วง sleepingsheep เรื่องก็เลยไปตกถึงหูทีมงาน มีการติดต่ออย่างจริงจังขึ้น แล้วก็ลองพูดคุยกันดูก่อนว่า มันมีความเป็นไปได้ มากน้อยแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เป็นเรื่องที่สื่อสารไปสู่ผู้อื่นได้ น่าจะบอกเล่าให้คนอื่นฟัง ก็เลยเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้..นี้...นี้....นี้ ( พี่บอลตอบลงท้ายด้วยเสียง echo )
Q : กว่าที่จะได้หนังสือเล่มนี้ออกมามันยากหรือเปล่า? แล้วรู้สึกอย่างไรที่เสร็จสมบูรณ์ออกมาแล้ว?
A : ถามว่ายากมั้ย ตอบตรงๆ เลยว่ายาก ด้วยความที่เราไม่ใช่ฝ่ายที่ทำหนังสือโดยธรรมชาติ เรามาจากนักดนตรี สายหนังสือสายสิ่งพิมพ์ เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย เป็นความกังวลพอสมควร ไม่รู้ว่ามันจะออกมาดีหรือเปล่า แต่ว่าจากปัญหาตรงนี้ เราแลกด้วยการให้เวลากับมันมากๆ ร่วมกันเก็บข้อมูล ช่วยกันเรียบเรียง ช่วยกันคิดต่อยอดกับทีมงานซึ่งกันและกัน แล้วก็อะไรที่ช่วยไปเสริมให้ทีมงาน ทำงานได้สะดวกขึ้น ก็พยายามช่วยเค้าให้ได้มากที่สุด พยายามใส่ใจเหมือนกับตอนที่ทำอัลบั้ม
ตอนเสร็จออกมาแล้ว มันรู้สึกดี มีความสุข มันจะคนละอารมณ์กับเพลง เพลงแบบว่าเราเห็นกันตั้งแต่แรก แต่งเองทำกันเอง คิดกันเอง ดูแลขั้นตอนจนมันเสร็จ แต่หนังสือมันต้องมีช่วงที่หายจากเราไป ช่วงที่เรียบเรียง อ่านข้อมูลเนื้อหา ช่วงของการจัดกราฟฟิก จัดรูปเล่ม การทำ dummy ช่วงที่เอาเข้าโรงพิมพ์เราเดาไม่ได้แล้วว่า หายไป 2-3 อาทิตย์จะออกมาเป็นยังไง พอออกมาอีกที มาหยิบจับ มาเปิด รวมหน้ากันเยอะๆ มีรูปเก่าๆ ของเราอยู่ในนั้นมันป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง ใครไม่มีหนังสือเป็นของตัวเองไม่รู้หรอก ต้องลองมีดู
Q : แล้วใครเป็นคนออกแบบปกของหนังสือเล่มนี้?
A : ปกก็ช่วยกันออก คล้ายๆ กับตอนทำเพลง คนทำ mv หรือคนที่มาช่วยเราเรื่องสื่ออื่นๆ เราก็จะ brief ข้อมูลเท่าที่เราอยากจะได้ แต่ว่าจะไม่เข้าไปสั่งเค้าให้ออกเป็นอย่างงั้น อย่างงี้ เราก็จะบอกว่าเป็นอะไรยังไง แค่ไหนแล้วก็พยายามจับอะไรที่มีความเป็น scrubb มากที่สุด เราไม่อยากถ่ายปกตัวจริง ไม่อยากเอาเราไปอยู่บนปก เค้าก็ไปเอาเครื่องไม้ เครื่องมือ ซึ่งคนที่เป็นแฟน scrubb อยู่แล้วจะจำได้ว่านี่คืออุปกรณ์ของวง เช่น กีต้าร์ แว่น ขาไมค์ หรือว่า temberin อุปกรณ์ที่เมื่อยชอบใช้
คนที่ไม่เคยเห็น และอยากรู้จัก scrubb ก็อาจจะเป็น Art work หรืองานกราฟฟิก ที่สวยและสะดุดตา ในความที่ค่อนข้างชัดในความเป็น scrubb ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าต้องมี logo ของ scrubb อยู่ font หนึ่ง ที่ใช้มาตลอดเวลา ก็เอา font นั้น แล้วต่อด้วยคำว่า book แล้วก็ว่ากันด้วย symbolic แทน ทำให้เห็นภาพนี่คือตัวตนของ scrubb ก็สวยดี ชอบ ไม่ต้องโชว์หน้าตาดี ^^
Q : ในหนังสือ scrubb book ได้เล่าถึงตอนเด็กๆ กับวีรกรรมต่างๆ พี่บอลมีวีรกรรมไหนที่จำได้แม่นจนถึงทุกวันนี้บ้าง?
A : จริงๆมีเรื่อง unseen กว่าน้น แต่พึ่งมานึกได้เลยไม่ได้เล่าลงไปในหนังสือ ตอน ป.2 - ป.5 เคยแขนหักในช่วงเวลา 4 ปี ด้วยความที่ตัวเองซนมาก อย่างที่บอกในหนังสือ ตอน ป.2 ไปขี่จักรยานเล่น ในมหาวิทยาลัยที่เล่นก็มีเยอะ ก็จะมีสนามบาสเก่าอยู่ที่หนึ่ง ไปปีนแป้นบาสเล่นแล้วก็กระโดดลงมาเอาแขนลง แขนก็หัก
พอตอนเรียน ป.5 ก็ไปปีนหน้าต่างเล่น แล้วก็กระโดดลงมาตรงกันสาดของตึกที่เรียนอยู่ จะลงไปเก็บลูกแบตหรืออะไรซักอย่าง ขาก็ไปเกี่ยวกับตะขอหน้าต่าง ลงผิดแขนขวาหักอีก คราวนี้หนักหน่อยต้องผ่าตัดด้วย แม่ก็เปรยๆ ถึงกับอยากเปลี่ยนชื่อแก้เคล็ด ไม่นับรวมหัวแตกประปรายอีก เด็กๆ เป็นคนซนมาก มีแผลทั้งตัว
Q : พี่บอลบอกว่า พี่เมื่อยเพี้ยนมากๆ แต่เหมือนมีอะไรที่ตรงกัน อยากให้พี่บอลอธิบายตรงนี้หน่อย?
A : ที่เพี้ยนคือ เป็นเรื่องของวิธีคิดมากกว่า เมื่อยเป็นคนเถรตรง คิดอะไรก็พูด ชอบไม่ชอบอะไรก็แสดงออกมา อย่างตอนที่อยากจะหาคนที่เล่นดนตรีก็เดินเข้ามาหาเลย ก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ นิดนึง แต่ตอนที่ได้คุยกันจริงๆ แล้วเป็นคนไม่มีพิษมีภัย พูดตรงๆ กับเรา ก็เป็นเรื่องดีกว่าด้วยซ้ำ
ในแง่ความตรงก็เป็นความแปลก แปลกจากเราที่ไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น เราเป็นคนไม่เดินเข้าไปทำความรู้จักใครก่อน จริงๆเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ เป็นคนประหม่ากับคนแปลกหน้า จนแบบเลือกที่จะอยู่เงียบๆ เฉยๆ ก่อนดีกว่า ถ้าไม่มีจังหวะหรือโอกาสจะไม่ค่อยคุยอะไรกับใครก่อน แต่เมื่อยไม่สน อยากคุย อยากรู้จักใคร เข้าไปคุยเลย สุดท้ายนิสัยใจคอ วิธีคิด การพูดจา มันก็เข้ากันได้ ไปกันได้ดี ไม่ใช่กับ 2 คน ต้องกับกลุ่มเพื่อน ก็เป็นคนพูดจาภาษาเดียวกัน
ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ รอติดตาม "สัมภาษณ์พิเศษกับ พี่บอล แห่งวง scrubb (ตอนจบ)
comming soon!!
@link อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ได้มาแล้ว scrubb book
- สัมภาษณ์พิเศษกับ พี่บอล แห่งวง scrubb (ตอนจบ)
- รวมภาพบรรยากาศภายในงาน




ลองอ่านดูแล้ว คิดว่า Scrubb นี่ผ่านอะไรมาเยอะนะ กว่าจะมีวันนี้ แล้วแต่ละเพลง ไม่ใช่ทำมะดา กว่าจะแต่งออกมาได้ ชอบ ๆๆ
#1 By photon (124.120.23.39) on 2008-04-05 00:51